วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

LES PRONOMS PERSONNELS : Les pronoms compléments d'objets indirects [คำสรรพนาม]

LES PRONOMS PERSONNELS : Les pronoms compléments d'objets indirects
[คำสรรพนาม]
คำสรรพนาม ใช้อ้างถึง หรือ แทนที่ คำนามที่เป็นบุคคล สัตว์ หรือ สิ่งของ เพื่อหลีกเลี่ยงการซํ้าคำนามนั้นๆ
       คำสรรพนามจะเปลี่ยนรูปไปตามหน้าที่ของมัน โดยทำหน้าที่เป็น ประธาน [pronom sujet] หรือ กรรม
       [pronom complément]
 Les pronoms compléments d'objets indirects : เป็นคำสรรพนามที่ใช้แทนคำนามที่เป็น"บุคคล"
     โดยทำหน้าที่ี่เป็น"กรรมรอง" เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซํ้าคำนามที่ได้กล่าวถึงมาก่อน
      โดยทั่วไปคำสรรพนามเหล่านี้จะวางไว้หน้าคำกริยา ยกเว้นในรูปคำสั่งบอกเล่า
pronoms sujets
pronoms d'objets indirects
Je
me
Tu
te
Il
lui
Elle
lui
Nous
nous
Vous
vous
Ils
leur
Elles
leur
      * เราใช้สรรพนามเหล่านี้แทนที่คำนามบุคคล เมื่อคำกริยามีโครงสร้างประโยคที่ใช้กับ บุพบท "à" :
      parler à, dire à, téléphoner à, plaire à,  écrire à, répondre à, envoyer à, donner à, offrir à, etc...
     - Est-ce qu' il me répond ?    -> Oui, il te répond.
     - Est-ce qu' il te plaît?      -> Oui, il me plaît.
     - Est-ce qu' il nous écrit ?    -> Oui, il nous écrit.
     - Est-ce qu' il vous dit merci ?    -> Oui, il me dit merci.
     - Est-ce que tu téléphones à ton père ?   -> Oui, je lui téléphone.
     - Est-ce qu' elle parle à sa mère ?    -> Oui, elle lui parle.
     - Est-ce que le professeur donne une bonne note à ses étudiants ?   -> Oui, il leur donne une bonne note.
     - Est-ce que tu offres des cadeaux à ces petites filles ?   -> Non, je ne leur offre pas de cadeaux. 
    ** สำหรับ penser à + บุคคล ...(= คิดถึง...) ต้องใช้ "à + pronom tonique" :
     - Je pense à mon professeur. [-> Je lui pense. X]  -> Je pense à lui.
     - Philippe pense à sa petite amie. [-> Il lui pense. X]   -> Il pense à elle.
     - Le petit garçon pense à ses parents. [-> Il leur pense. X  -> Il pense à eux.
     - Je te pense. (X)   -> Je pense à toi.
     - Tu me penses ? (X)   -> Tu penses à moi ?
     - Il nous pense. (X)    -> Il pense à nous.
     - Je vous pense. (X)    -> Je pense à vous.
     * เมื่อเป็น verbe pronominal (มีความหมาย ...ซึ่งกันและกัน , ... ถึงกัน, ... กัน, ...)
      สรรพนามบุรุษที่ 3  ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์จะได้แก่ "se"
     - Ronald téléphone à Corine et Corine téléphone à Ronald.  -> Ronald et Anne se téléphonent.
       (โรนัลและคอรินโทรศัพท์ถึงกัน)
     * ในประโยคคำสั่งบอกเล่า (impératif affirmatif) คำสรรพนามที่แทนกรรมรองเหล่านี้จะอยู่หลัง verbe :
     - Envoyez ce message à Jacques.   -> Envoyez-lui ce message.
     - Envoyez ces roses à Sabine.    -> Envoyez-lui ces roses.
     - Fais plaisir à tes parents.    -> Fais-leur plaisir.
    * - Ne téléphone pas à ton professeur-> Ne lui téléphone pas.
       (เป็นประโยคคำสั่งปฎิเสธ สรรพนามต้องวางไว้หน้า verbe)
    * me และ te ต้องเปลี่ยนไปเป็น moi และ toi เมื่อตามหลังคำกริยา :
    - Envoie-me un e-mail (X)    -> Envoie-moi un e-mail.
    - Offre-te quelques jours de vacances !  (X)    -> Offre-toi quelques jours de vacances !

สรรพนามที่แทนคำนามและเป็นกรรมของกริยา หรือเป็นส่วนขยายบอกสถานที่ จะวางไว้หน้ากริยา
         ยกเว้นเมื่ออยู่ในรูปคำสั่งบอกเล่า สรรพนามเหล่า่นี้ จะตามหลังกริยา
         1. กับสรรพนามเพียงหนึ่งตัว
             - Tu connais cette jeune fille ?   
            + Oui, je la connais.
            + Non, je ne la connais pas
               [ในประโยคปฎิเสธ สรรพนามจะอยู่ระหว่างปฎิเสธส่วนแรก "ne" และ "กริยา" ตามด้วยปฎิเสธส่วนที่สอง]
       ในประโยคคำสั่งบอกเล่า สรรพนามที่เป็นกรรมจะตามหลังกริยา
           - Achète ces fleurs.      Achète-les.
       ในประโยคคำสั่งปฎิเสธ สรรพนามที่เป็นกรรมจะกลับไปอยู่หน้ากริยาดังเดิม
           - N' achète pas ces fleurs.      Ne les achète pas.
       สังเกต : เครื่องหมายยัติภังค์ (trait d'union) "-" จะใช้คั่นระหว่าง กริยาและสรรพนาม ในประโยคคำสั่งบอกเล่า
         2. กับสรรพนามสองตัว
             สรรพนามที่แทนกรรมรองจะอยู่หน้าสรรพนามที่แทนกรรมตรง
                - Il me prête son livre.      Il me le prête.
                - Elle nous raconte son histoire.      Elle nous la raconte.
             หากสรรพนามที่แทนกรรมรองเป็นบุรุษที่ 3 (lui หรือ leur) สรรพนามที่แทนกรรมตรง
                จะนำหน้าสรรพนามที่แทนกรรมรอง
                - Il offre ce cadeau à Hélène     Il le lui offre.
                - Le professeur explique les leçons aux élèves.      Il les leur explique.
         ในประโยคคำสั่งบอกเล่า หลังกริยาจะตามด้วยสรรพนามที่แทนกรรมตรงก่อน
            แล้วจึงตามด้วยสรรพนามที่แทนกรรมรอง
            - Donnez-moi votre adresse.      Donnez-la-moi.
            - Apporte ces fleurs à Roselyne.      Apporte-les-lui.
          ในประโยคคำสั่งปฎิเสธ สรรพนามจะกลับไปอยู่หน้ากริยาเหมือนเดิม โดยสรรพนามที่แทนกรรมรอง
             จะนำหน้ากรรมตรง ยกเว้นเมื่อสรรพนามที่แทนกรรมรองเป็นบุรุษที่ 3 (lui หรือ leur) สรรพนามที่แทนกรรมตรง
             จะนำหน้าสรรพนามที่แทนกรรมรอง
        สังเกต : เครื่องหมายยัติภังค (trait d'union) "-" จะใช้คั่นระหว่าง กริยาและสรรพนามทั้งสองตัว ในประโยคคำสั่งบอกเล่า
           3. สรรพนาม "y" และ "en" นั้นจะอยู่ท้ายสุดตามลำดับในบรรดาสรรพนามทั้งหมด
            Jean m' invite au restaurant.      Il my invite.
               - Je donne de l' argent à mes enfants.      Je leur en donne.
               - Il y a assez de pain ?       Oui, il y en a assez.
        สังเกต : - Donnez-moi un kilo d' oranges.      Donnez-m' en un kilo.
        เมื่อมีคำกริยาในรูป infinitif ตามหลังคำกริยาตัวแรก สรรพนามที่ใช้แทนกรรมจะอยู่หลังคำกริยาตัวแรก
           และอยู่หน้า infinitif
           - Je ne peux pas répondre à ces questions.     Je ne peux pas y répondre.
           - Elle veut voir ce film.       Elle veut le voir.
        สำหรับคำกริยา "faire" และ "laisser" เมื่อตามด้วย infinitif สรรพนามที่แทนกรรมจะอยู่หน้าคำกริยาตัวแรก
           - Maman fait cuire les pâtes.      Maman les fait cuire.
           - Elle ne laisse pas sortir ses enfants le soir.      Elle ne les laisse pas sortir le soir.
         ยกเว้น : ในประโยคคำสั่งบอกเล่า สรรพนามจะอยู่หลังคำกริยาตัวแรก
           - Laissez les enfants jouer !       Laissez-les jouer !
           - Fais venir le médecin.      Fais-le venir.

  



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น